Romance Scam กลโกงรักออนไลน์ รู้ทันไว้ ไม่ตกเป็นเหยื่อ

| ก้าวทันภัยไซเบอร์

“รู้หรือไม่? ในปี 2568 สถิติจากแอปพลิเคชันหาคู่ชื่อดัง เผยว่า คนไทย กว่า 57% กำลังตามหารักแท้ผ่านโลกออนไลน์ แต่ในขณะเดียวกัน มิจฉาชีพที่แฝงตัวมาก็มีไม่น้อย มีทั้งที่มาในรูปแบบของการที่ใช้คำพูดหว่านล้อม ตะล่อมให้เชื่อใจ หรือใช้ความรักเป็นเหยื่อล่อ เพื่อหวังผลประโยชน์ ซึ่งเมื่อช่วงปี 2565 ถึง 2567 มีข้อมูลรายงานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติระบุว่า ได้รับแจ้งดคี Romance Scam กว่า 5,000 คดี ซึ่งนับเป็นมูลค่าความเสียหายสูงกว่า 1.6 พันล้านบาท แล้วคุณล่ะจะมั่นใจได้อย่างไรว่าคนที่คุณกำลังคุยอยู่ด้วยนั้นไม่ใช่คนที่หวังใช้ความรักเป็นเครื่องมือ มาเช็คให้ชัวร์ก่อนเผลอตกเป็นเหยื่อ พร้อมวิธีรับมือเมื่อตกเป็นเหยื่อแล้วต้องจัดการอย่างไร”

“Romance Scam” หรือในภาษาไทยเรียกว่า “พิศวาสอาชญากรรม” คืออะไร

Romance Scam คือการที่มิจฉาชีพใช้ความรักและความเชื่อใจมาบังหน้า โดยเลือกเข้าหาคนที่กำลังเหงา โสด หรือต้องการเพื่อนทางใจ เพื่อหลอกล่อให้เหยื่อตายใจก่อนจะแสวงหาผลประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นการหลอกให้โอนเงิน หลอกให้ซื้อของมีค่าให้ แล้วสุดท้ายก็หนีไป ทิ้งให้เหยื่อต้องเสียทั้งเงินและความรู้สึก

วิธีสังเกตและตรวจสอบว่าเข้าข่าย Romance Scam หรือไม่

  1. ตรวจสอบรูปภาพ ข้อมูล และบัญชีโซเชียลมีเดียของคนคุยของคุณ
    คุณแน่ใจมากน้อยแค่ไหน ว่าคนคุยของคุณมีตัวตนอยู่จริง เคยนำข้อมูลไปลองตรวจสอบบัญชีโซเชียลมีเดียแล้วหรือยัง ว่ามีตัวตนจริงหรือไม่ ถ้ายัง อย่าลืมตรวจสอบให้ดี ยิ่งถ้าเขาหน้าตาดี หรือดูดีเกินจริง ยิ่งควรตรวจสอบโดยด่วน
  2. เริ่มชวนคุยเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ
    โดยปกติแล้ว ในแอปฯ หาคู่ เรามักไม่คุยเรื่องส่วนตัว โดยเฉพาะเรื่องทางการเงินกับคนแปลกหน้า แม้จะคุยได้สักระยะหนึ่งแล้วก็ตาม ถ้าคนที่คุณกำลังคุยอยู่ด้วยเริ่มพูดถึงเมื่อไหร่ ให้เริ่มระวังตัวไว้ได้เลย และพยายามหาทางออกมาจากสถานการณ์ตรงนั้นให้เร็วที่สุด
  3. เริ่มหลอกขอข้อมูลส่วนตัวของคุณ
    เมื่อใดก็ตามที่คนคุยของคุณเริ่มขอข้อมูลส่วนตัว เช่น ที่อยู่ เลขบัตรเครดิต รูปถ่ายส่วนตัว รูปถ่ายสถานที่ต่างๆ ให้เริ่มระวังตัวไว้ว่าถ้าเรายังอยู่ในขั้นคุยกันอยู่ ข้อมูลเหล่านี้ยังไม่จำเป็นที่จะต้องบอกให้คนคุยของคุณรู้

วิธีแก้ไขเมื่อตกเป็นเหยื่อ

ทางกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ได้ให้คำแนะนำถึงขั้นตอนและข้อมูลที่ต้องเตรียมเพื่อแจ้งความไว้ ดังนี้

  1. เตรียมเอกสารข้อมูลส่วนตัว บัตรประชาชน (ตัวจริงและสำเนา)
  2. หลักฐานการพูดคุย เช่น ภาพหน้าจอ หน้าเว็บไซต์ หน้าแอปพลิเคชัน LINE, แอปพลิเคชัน Facebook หรือหน้าเพจที่พบการกระทำความผิด พรินต์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์แล้วนำไปด้วย
  3. หลักฐานทางการเงิน รวบรวมสลิปการโอนเงิน หรือหลักฐานการทำธุรกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด กับการกระทำความผิด การหลอกลวง พรินต์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์
  4. นำหลักฐานที่เตรียมไว้ไปแจ้งความ ณ สถานีตำรวจท้องที่เกิดเหตุ สถานีตำรวจนครบาล หรือสถานีตำรวจภูธร หรือท่านสามารถเดินทางไปร้องทุกข์ได้ที่ท บก.ปอท. ได้เช่นกัน

นอกจากนี้สามารถแจ้งผ่านสายด่วนของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือสำนักงาน ปปง. ได้ที่หมายเลข 1710 (เวลาทำการ 08.30 น. – 16.30 น.) หรือผ่านช่องทางออนไลน์ของศูนย์ปราบปรามอาชญกรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) ได้ที่ https://www.thaipoliceonline.go.th/

วิธีป้องกันไม่ให้เกิดการหลอกให้รัก แล้วชักเงินหนี

  1. ไม่ให้ข้อมูลส่วนตัวกับคนแปลกหน้า รวมถึงคนที่เพิ่งเจอหรือคุยกันไม่นานในแอปฯ หาคู่
  2. ลองตรวจสอบรูปโปรไฟล์ของคนคุยของคุณด้วยการนำรูปของเขาไปหาใน Google ถ้าเจอรูปเดียวกันในหลายชื่อ มีความเสี่ยงว่านี่แหละโจร!
  3. ไม่เชื่อคนง่าย ไม่ว่าคนคุยของคุณจะเล่า หรือขอความเห็นใจ อะไรก็ตาม และที่สำคัญคือห้ามโอนเงินให้โดยเด็ดขาด
  4. ให้รู้ตัวไว้เสมอว่าอะไรที่ดีเกินจริง ดีจนผิดปกติ มักจะเป็นสัญญาณเตือนว่าคนนี้น่าจะเข้ามาหลอกเรา

ไม่ว่าความรักจะเป็นสิ่งที่สวยงามเพียงไหน พึงระวังไว้ว่าเหรียญมีสองด้านเสมอ แผลที่เกิดจากการสูญเสียทรัพย์สินยังพอมีทางแก้ได้ ส่วนแผลทางใจที่เกิดจากการโดนหลอกให้รัก ก็ค่อยๆ รักษาตัวเองและท่องไว้ให้ขึ้นใจเพื่อไม่ให้ประวัติซ้ำรอย

#LINEBK #RomanceScam #พิศวาสอาชญกรรม

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก กรมประชาสัมพันธ์ ธนาคารกสิกรไทย Thai PBS และ THE STANDARD

ย้อนกลับ

Related Blog

Smart saving

กลโกงต้องระวัง มิจฉาชีพส่ง SMS ปลอมเป็นธนาคารหรือหน่วยงานต่างๆ

เมื่อเหล่ามิจฉาชีพอาศัยใช้ช่องโหว่ของ SMS แอบอ้างเป็นธนาคารหรือหน่วยงานต่างๆ ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนที่หลงเชื่อ มาเรียนรู้วิธีสังเกต ตรวจสอบ รวมถึงการป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของเหล่ามิจฉาชีพ

| ก้าวทันภัยไซเบอร์

LINE Chat

Go to Top